วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

สำรวจร้านดังมาบุญครอง จับกระแสก่อนเปิดตัว iPhone 5 ราคา iPhone 4 รูดลงทุกวัน




นับถอยหลัง  อีกไม่นาน  "Apple" จะเปิดตัว iPhone 4 ความจุ 8GB พร้อม กับ iPhone 5   ชั่วโมงนี้  สาวก  "Apple" ต่างตั้งตารอ  เตรียมทุบกระปุก
 

กระแสข่าว  iPhone 5 ถูกจับตามองกันแบบวันต่อวัน    บางกระแสก็ลือว่าจะมีการวางจำหน่ายในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ บางกระแสก็บอกว่าจะวางจำหน่าย 14 ตุลาคม ซึ่งกระแสข่าวทั้งสองก็ยังไม่ได้มีการยืนยันออกมาอย่างเป็นทางการ
  
ขณะที่  Apple ก็ยังไม่ระบุแน่ชัดว่าวันไหน แต่ล่าสุดกลับมีกระแสข่าวใหม่ออกมาเพิ่มเติมว่า ทาง Apple จะทำการเปิดให้สั่งจองหรือ Pre-Order ในช่วงปลายเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

 
สำหรับ iPhone 4 ความจุ 8GB นั้น ซึ่งผลิตออกมาเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับล่างและนำมาขายในราคาที่ไม่สูงมาก นัก ราคาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 12,000-14,000 บาท เหมาะสำหรับคนที่มีกำลังซื้อน้อย แต่อยากใช้ iPhone ซึ่งโฉมใหม่ของ iPhone 4 จะมาพร้อมกับความจุ 8GB และจะเปิดตัวในเร็วๆนี้

 
มติชนออนไลน์ สำรวจ ตลาดมือถือยอดนิยม  ศูนย์การค้ามาบุญครอง   ก่อน  iPhone  5  จะเปิดตัวในเร็ววัน

นายอำนวย แกะสุวรรณ พนักงานขายร้าน "A.O.B mobile" เผยว่า ราคา iPhone 4 ปรับลงเกือบทุกวัน ลดลงประมาณ 100-200 บาทต่อวัน ตั้งแต่ที่มีข่าวออกมา เกี่ยวกับ iPhone ตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งตอนนี้ทางร้านไม่ได้รับสินค้าเพิ่มแล้ว เพียงแต่ขายของในสต๊อกให้หมดก่อน เกรงว่า ถ้ารับของมาขายในตอนนี้ อาจจะทำให้ขาดทุนได้ เพราะราคา iPhone 4 ปรับลดลงทุกวันและคาดว่า ราคาอาจจะลดลงไปถึง 3,000-5,000 บาท ก็เป็นไปได้

พนักงานร้าน "A.O.B mobile" ให้ข้อมูลอีกว่า ราคาขาย iPhone 4 (16GB) ในตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 19,900 บาท(ราคาเครื่องหิ้ว) ซึ่งราคาเดิมอยู่ที่ 23,000 บาท และคาดว่า หาก iPhone 5 เข้ามา ราคาอาจจะลดเหลือเพียงแค่ 16,000 บาทเท่านั้น
  

อย่างไรก็ตามยอดขาย iPhone 4 ของร้านเราในตอนนี้จำนวนการขายยังคงที่ เพียงแต่ต้องปรับราคาลดลงเพื่อดึงดูดลูกค้า เพราะตอนนี้ลูกค้าส่วนใหญ่จะรอซื้อ iPhone 5 กันทั้งนั้น

ขณะที่ นายส่งศักดิ์ จรรยาวุฒิกุล เจ้าของร้านจำหน่ายโทรศัพท์  "M2D-online" กล่าวว่า จำนวนยอดขาย iPhone 4 ในตอนนี้เริ่มลดลงเรื่อยๆ ส่วนในเรื่องราคาขายนั้น ทางร้านของเราขาย iPhone 4 ในราคา 20,900 (16GB) เป็นราคาเครื่องศูนย์รับประกันให้หนึ่งปี ส่วนในเรื่องการปรับราคาในแต่ละวันนั้น จะดูจากจำนวนผู้ซื้อ หากผู้ซื้อมีจำนวนมากทางเราก็จะมีการปรับราคาขึ้นประมาณ 100-200 บาท หากผู้ซื้อมีจำนวนน้อยลงทางเราก็จะปรับราคาลงอีกพอสมควร ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้าด้วยว่า ขาดสต๊อกหรือเปล่า



"ลูกค้าของร้านเราในตอนนี้จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ ลูกค้าที่รอให้ iPhone 5 ออกมาก่อน เพื่อที่จะรอซื้อ iPhone 4 ในราคาที่ถูก และอีกประเภทคือ รอซื้อ  iPhone ตัวใหม่ล่าสุดทีเดียวเลย" เจ้าของร้านโทรศัพท์ M2D-online กล่าว
สำหรับข่าวลือใหม่ล่าสุดทีมีการเผยแพร่ออกมาก็คือ เคสด้านหลังของ iPhone 5 จะใช้อะลูมิเนียมแทนการใช้กระจกแก้วที่มีปัญหาว่ามันแตกร้าวได้ ซึ่งจะว่าไป การใช้อะลูมิเนียมเป็นทางที่ Apple ชอบอยู่แล้ว และนอกจากจะเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ทำเคสของ iPhone 5 แล้ว เสาสัญญาณยังได้รับการออกแบบใหม่ โดยจะไม่มีการโผล่ส่วนใดๆ ของเสาสัญญาณออกมาเหมือนดีไซน์ของ iPhone 4 แต่จะซ่อนอยู่ด้านหลังโลโก้ของ Apple ซึ่งจะคล้ายกับวิธีซ่อนเสาสัญญาณ Wi-Fi ในตัวเคสของ iPad

อย่างไรก็ตามหลักฐานที่ทำให้แนวคิดนี้มีความน่าเชื่อถือก็คือ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว Apple ได้จดสิทธิบัตรสำหรับวิธีซ่อนเสาอากาศไว้ในโลโก Apple ของ iPhone ส่วนเรื่องเคส iPhone 5 จะใช้วัสดุเป็นอะลูมิเนียม ยังไม่มีแหล่งข่าวออกมายืนยันถึงความเป็นไปได้ แต่ก็ถือว่า เป็นข่าวลือข่าวแรกที่ฟังดูแล้วมีความเป็นไปได้สูงมากทีเดียว ยังไงก็ต้องติดตาม รอดูความชัดเจนกันต่อไป

 
ก่อน iPhone 5 ตัวจริงจะมาถึง เรามาดูรูปโฉมของ iPhone 5 ตัวปลอม ฆ่าเวลากันไปพรางๆก่อนแล้วกันนะคะ
แค่ราคาก็กินขาดแล้ว เริ่มต้นเพียง 2,000 บาท ถูกเหลือเชื่อจริงๆ สำหรับ iPhone 5 (ตัวก๊อปจีน) ซึ่ง ดีไซน์โดยโรงงานจีน คุณสมบัติเพียบ อาทิเช่น WIFI,ดูTVฟรี,Bluetooth,กล้อง ซึ่งมีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง และอื่นๆอีกเพียบ และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ตัวเครื่องสามารถใส่ได้ 2 ซิม  โอ้โห้!! เห็นอย่างนี้แล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple จะสู้ได้อย่างไรกัน  ฮ่า...ฮ่า...


"ใครที่กำลังมองหา มือถือ ก็ลองซื้อไปเซอร์ไพรส์เพื่อนๆกันดูได้นะ ว่าเรามีโอกาสได้ใช้ iPhone 5 ก่อนใครอีกนะ เออ.."

งานนี้จะหาว่ามาหลอกกันเห็นทีจะไม่ได้เสียแล้วสำหรับ iPhone 5 สมาร์ทโฟนยอดอัจฉริยะว่าที่ 1 ใน 10 ของเล่น IT แห่งปี 2011 จากบริษัท Apple ที่โดนตี๋ใหญ่จากประเทศจีนจัดการ ทำของปลอมออกมาวางขายกันเกลื่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากลองนับนิ้วดูต้องบอกว่าพี่ๆพ่อค้าจีนแดงนั้นได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ล่วงหน้า Apple ไปถึงเกือบ 6 เดือนทีเดียวกว่าที่ iPhone 5 ตัวจริงจะปรากฏโฉมเสียอีก


ที่มา : http://variety.teenee.com/foodforbrain/39024.html

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

อัพเกรด Windows 7 ด้วยไดรฟ์ยูเอสบี

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ออกซอฟต์แวร์ฟรีที่ช่วยให้ผู้ใช้เน็ตบุ๊กที่ต้องการอัพเกรดไปใช้ระบบปฎิบัติการ Windows 7 ได้สะดวกยิ่งขึ้น เนื่องจากเน็ตบุ๊กโดยทั่วไปจะมาพร้อมกับ Windows XP และไม่มีไดรฟ์ DVD เครื่องมือดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้กลุ่มนี้สามารถสร้างยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ หรือ DVD ที่สามารถใช้ในการบู๊ตเครื่อง และติดตั้ง Windows 7 ได้

สำหรับเครื่องมือดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้ที่ดาวน์โหลดก็อปปี้ Windows 7 จากเว็บไซต์ Microsoft Store โดยเมื่อติดตั้งซอฟต์แวร์ตัวนี้เข้าไปในเน็ตบุ๊ก แล้วเปิดมันขึ้นทำงาน มันจะถามผู้ใช้ถึงตำแหน่งที่เก็บไฟล์ ISO ของ Windows 7 ที่ดาวน์โหลดมา เมื่อเลือกไฟล์เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เลือกว่าจะใช้ยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ หรือ DVD หลังจากเลือกเสร็จตามขั้นตอนแล้ว คุณจะสามารถใช้ USB drive หรือ DVD ที่สร้างขึ้นมาไปใช้ในการติดตั้ง Windows 7 ได้ทันที



อย่างไรก็ดี หลังจากเตรียมไดรฟ์ยูเอสบีที่จะใช้บู๊ต และติดตั้ง Windows 7 แล้ว ขั้นตอนก่อนติดตั้งก็คือ คุณจะต้องเข้าไปเปลี่ยนลำดับการบู๊ตใน BIOS เพื่อให้เน็ตบุ๊กของคุณบู๊ตจากไดรฟ์ยูเอสบีแทนที่จะเป็นจากฮาร์ดดิสก์ สำหรับระบบขั้นพื้นฐานที่สามารถติดตั้งเครื่องมือตัวนี้ได้มีดังนี้

  • ระบบปฏิบัติการทีใช้เป็น Windows XP SP2, Windows Vista หรือ Windows 7 (32-bit หรือ 64-bit)


  • โพรเซสเซอร์ Pentium 233MHz ขึ้นไป (แนะนำให้ใช้ที 300MHz)


  • พื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์ 50MB


  • ไดรฟ์ DVD-R หรือยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ความจุ 4GB ขึ้นไป


  • สนใจดาวน์โหลด Windows 7 USB/DVD Download Tool


  • ที่มา : http://hitech.sanook.com/technology/news_13516.php


    โซนี่ เปิดตัวผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอล Cyber-shot ใหม่พร้อมกัน 2 รุ่น

    ทีกรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 30 กันยายน 2552 – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ผู้นำนวัตกรรมกล้องดิจิตอล และเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อผู้บริโภค ประกาศความเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเป็นผู้นำด้านดิจิตอลไลฟ์สไตล์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ตรงจุดมากที่สุด โดยล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลใหม่ 2 รุ่น คือ รุ่น Sony Cyber-shot DSC-TX1 และ รุ่น Sony Cyber-shot DSC-WX1 อันเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลที่บางที่สุดในโลก เพียง 14.1 มิลลิเมตร และ 19.8 มิลลิเมตร ตามลำดับ พร้อมชูจุดเด่นเทคโนโลยีเพื่อภาพคมชัดในทุกสภาพแสง และคุณสมบัติพิเศษอย่าง Hand-held Twilight และ Sweep Panorama โดนใจ พร้อมด้วยอุปกรณ์
    เสริม Party Shot ที่เป็นเหมือนช่างภาพส่วนตัว ที่พร้อมสร้างความสนุกสนานในการใช้งาน และเติมเต็มความครบครันให้กับชุดผลิตภัณฑ์ Digital Imaging ในตระกูล Cyber-shot ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมสร้างกระแสความนิยม และขยายฐานลูกค้าด้วยกิจกรรมผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค สื่อออนไลน์ที่กำลังมาแรง อาทิ Facebook, Hi5 และ Twitter


    นายไทสุเกะ นากานิชิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “ผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการกล้องดิจิตอลที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานถ่ายภาพได้ง่าย ภายใต้ทุกสภาวะแสง และด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนี้เข้าไว้ในชุดผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของ Sony Cyber-shot จะทำให้ผู้บริโภคสามารถเพลิดเพลินไปกับไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ของเขาได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ การเปิดตัวกล้องดิจิตอลใหม่ล่าสุดทั้ง 2 รุ่น ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นผู้นำทั้งในด้านส่วนแบ่งทางการตลาดที่เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยในปัจจุบันโซนี่ยังครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในหมวดสินค้ากล้องดิจิตอลคอมแพ็คด้วยส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ และกล่าวได้ว่า กล้องไซเบอร์ช็อตยังเป็นผู้นำในด้านไลฟ์สไตล์ ด้วยการนำเสนอสีสัน และรูปแบบการดีไซน์ที่โดดเด่น มีความเป็นแฟชั่น ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างตรงจุด”

    นายโยจิ ฮิกาชิดะ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดคอนซูเมอร์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวเสริมว่า “โซนี่เตรียมเดินหน้ารุกตลาดล้องดิจิตอลด้วยกลุยทธ์การสื่อสาร และกิจกรรมการตลาดที่ครอบคลุมในทุกช่องทางทั้ง above the line, below the line และ online โดยเฉพาะในส่วนของช่องทางออนไลน์นั้น โซนี่ได้ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้โซนี่สามารถสื่อสารกับลูกค้า และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับกล้องไซเบอร์ช็อตรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในวันนี้ทั้งรุ่น TX1 และ WX1 โซนี่ได้เตรียมขยายกิจกรรมออนไลน์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้ง Facebook Twitter และ hi 5 ซึ่งกำลังเป็นกระแสนิยมที่มาแรงในขณะนี้ ด้วยแคมเปญออนไลน์ล่าสุดชื่อ “Who Took The Shot?” เป็นการสร้างคอมมูนิตี้ในกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ และความสนใจคล้าย ๆ กัน โดยจะทำกิจกรรมผ่านกลุ่มเซเลบริตี้คนรุ่นใหม่ กิจกรรมเหล่านี้เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวที่จะนำเสนอประสบการณ์และผลิตภัณฑ์ดิจิตอลไลฟ์สไตล์เพื่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง ” สำหรับกิจกรรมออนไลน์ “Who Took The Shot?” จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ศกนี้บน cybershot.sony.co.th โดยจะมีเซเลบบริตี้ชื่อดังในหลากหลายอาชีพมาร่วมสนุกกิจกรรมออนไลน์คอมมูนิตี้จำนวน 4 ท่าน คือ แพร์ พิมพิศา จิราธิวัฒน์, ลูกเกด จิรดา โยฮารา, ไมค์ ไมเคิล เคนเนท หว่อง และโทนี่ รากแก่น (ธีรชัย วิมลชัยฤกษ์) โดยทั้งหมดจะลิงค์ อัพเดท และแชร์ข้อมูลส่วนตัวผ่าน โซเชียลเน็ตเวิร์คส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter หรือ Hi5 รวมทั้งเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เข้าร่วมเป็นแฟนเพื่อเกาะติดความเคลื่อนไหว และร่วมสนุกกับกิจกรรมกับบรรดาเซเลบคนโปรด พร้อมทั้งเรียนรู้ฟังก์ชั่นการใช้งานของกล้องไซเบอร์ช็อตผ่านเกมส์ต่าง ๆ และร่วมลุ้นรางวัลมากมาย

    ผลิตภัณฑ์ใหม่ในหมวดดิจิตอล อิมเมจจิ้ง จากโซนี่

    กล้องไซเบอร์ช็อตรุ่น TX1 และ WX1 กล้องไซเบอร์ช็อต 2 รุ่นล่าสุด ที่ให้ภาพสวยคมชัด ด้วย 3 สุดยอดเทคโนโลยี Image3 หรือ อิมเมจคิวบ์ ที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มคุณภาพของภาพถ่ายได้คมชัดทุกรายละเอียดประกอบด้วย ชิปประมวลผลภาพExmor R CMOS Sensor ที่ช่วยลดสัญญาณรบกวน เพิ่มความเร็วในการประมวลผลภาพ และช่วยในการถ่ายภาพในภาวะแสงน้อย หน่วยประมวลผล BIONZ imaging processor ช่วยลดสัญญาณรบกวนของภาพ เพิ่มความรวดเร็วในการปรับแสงและโฟกัสของกล้องได้อย่างสัมพันธ์กัน ทำให้ภาพมีความคมชัดยิ่งขึ้น รวมทั้งเลนส์จี (G Lens) และเลนส์คาร์ลไซส์ (Carl Zeiss Lens) เลนส์คุณภาพสูงที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความคมชัดของภาพถ่ายมากยิ่งขึ้น ยิ่งกว่านั้น ทั้งกล้องไซเบอร์ช็อตทั้งรุ่น DSC-TX1 และ DSC-WX1 ยังโดดเด่นด้วยคุณสมบัติพิเศษที่โซนี่ได้พัฒนาขึ้น คือ ฟังก์ชั่น Hand-held Twilight และ Anti-Motion Blur ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพในช่วงเวลาที่แสงน้อย อย่างในช่วงเย็นถึงค่ำได้อย่างคมชัด โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ทั้งยังช่วยลดสัญญาณรบกวนได้ถึง 50% และฟังก์ชั่น Sweep Panorama ที่จะทำให้การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ในมุมกว้างแบบพาโนราม่าเป็นเรื่องง่ายขึ้นแค่ปลายนิ้วสัมผัส เพียงกดชัตเตอร์ค้างไว้ และแพนกล้องไปในทิศทางที่ต้องการทั้งในแนวดิ่ง หรือแนวราบ ก็ได้ภาพพาโนรามาได้โดยไม่ต้องตกแต่งด้วยคอมพิวเตอร์เพิ่มเติม นอกจากนี้ ทั้ง 2 รุ่นยังสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง 10 เฟรมต่อวินาที ทำให้มั่นใจว่าไม่พลาด ช็อตสำคัญ

    กล้องดิจิตอล Sony Cyber-shot DSC-TX1

    บางเฉียบเพียง 14.1 มิลลิเมตร ความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล มาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัส Clear photo LCD plus ขนาด 3 นิ้ว (230K dots) ซูมออฟติคอล 4 เท่า/ เพรซิซั่น ดิจิตอลซูม 8 เท่า/ สมาร์ทซูม 22 เท่า(VGA) เลนส์ Carl Zeiss Vario-Tessar ฟังก์ชั่น Sweep Panorama และ Hand-held Twilight Mode ให้ภาพคมชัดด้วยเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Exmor R CMOS Sensor 1/2.4, ตัวประมวลผล BIONZ และสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง 10 ภาพต่อวินาที นอกจากนี้ เทคโนโลยีออโต้โฟกัสอัจฉริยะ (iAF) เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าเคลื่อนไหว เทคโนโลยีโฟกัสหลายใบหน้า (Face Detection) หน่วยความจำภายใน 11 MB โดยมี 5 สีให้เลือก: สีทอง สีเงิน สีชมพู สีน้ำเงิน และสีเทาเข้ม

    ล้องดิจิตอล Sony Cyber-shot DSC-WX1

    ความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล หน้าจอ Clear photo LCD plus ขนาด 2.7 นิ้ว (230K dots) ซูมออฟติคอล 5 เท่า/ เพรซิซั่น ดิจิตอลซูม 10 เท่า/ สมาร์ทซูม 28 เท่า(VGA) เลนส์ G แบบมุมกว้าง 24 มม. F2.4 ฟังก์ชั่น Sweep Panorama และ Hand-held Twilight Mode ให้ภาพคมชัดด้วยเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Exmor R CMOS Sensor 1/2.4, ตัวประมวลผล BIONZ และสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง 10 ภาพต่อวินาที นอกจากนี้ เทคโนโลยีออโต้โฟกัสอัจฉริยะ (iAF) เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าเคลื่อนไหว เทคโนโลยีโฟกัสหลายใบหน้า (Face Detection) หน่วยความจำภายใน 11 MB โดยมี 3 สีให้เลือกทั้งสีทอง สีเงิน และสีดำ

    ปาร์ตี้-ช็อต (Party-shot™)

    เพิ่มประสบการณ์สนุกในการถ่ายภาพ เสมือนมีช่างภาพส่วนตัวที่คอยตามถ่ายภาพครบทุกคน
    Sony Party-shot™ เป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้ร่วมกับกล้องรุ่น TX1 และ WX1 เป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพอัตโนมัติเครื่องแรกของโลก ทำหน้าที่เหมือนเป็นช่างภาพส่วนตัวที่จะช่วยถ่ายภาพทุกคนในงานปาร์ตี้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ให้คุณสนุกสนานและวางใจว่างานปาร์ตี้จะมีภาพครบทุกคน Sony Party-shot™ จะทำงานร่วมกับฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของกล้องไซเบอร์ช็อต อาทิ Face Detection, Smile Shutter และแฟลช เป็นต้น พร้อมจัดองค์ประกอบภาพให้สวยงาม Sony Party-shot™ ใช้งานง่ายมาก เพียงวางกล้องไซเบอร์ช็อต รุ่น DSC-TX1 หรือ DSC-WX1 ลงบนแท่นวาง เครื่องก็จะทำงานอย่างอัตโนมัติโดยสามารถหมุนแพนได้รอบตัว พร้อมเงยขึ้นลงเพื่อหาองค์ประกอบในการถ่ายภาพอย่างลงตัว

    กำหนดการวางจำหน่าย

    กล้องดิจิตอล Sony Cyber-shot DSC-TX1 มีวางจำหน่ายในราคา 13,990 บาท และกล้องดิจิตอล Sony Cyber-shot DSC-WX1 มีวางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท ปาร์ตี้ช็อตราคา 4,990 บาท จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคม เป็นต้นไป โดยท่านสามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และร้านตัวแทนจำหน่าย ได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือ www.sony.co.th




    วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

    10 เคล็ดลับกู้แบต iPhone ยามฉุกเฉิน

    10 เคล็ดลับกู้แบต iPhone ยามฉุกเฉิน 

    คุณผู้อ่านเคยเจออาการแบบผู้เขียนบ้างไหมครับ คือเวลาที่ออกมาทำงาน หรือ เรียนหนังสือ เผลอเล่นเจ้า iPhone ซะเพลิน จนลืมคำนวนแบตเตอรี่ให้พอใช้ได้ตลอดทั้งวัน พอนึกขึ้นได้ ก็เจอกับไอค่อนแบบเตอรี่สีแดง พร้อมกับจำนวนของแบตเตอรี่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่อยู่ข้างนอกบ้าน จะหาที่ชาร์ตก็เป็นได้ยากแน่ๆ ทีนี้ล่ะก็งานเข้ากันอย่างแน่นอน วันนี้เออาร์ไอพีเลยขอเสนอวิธีประหยัดแบบเตอรี่ยามฉุกเฉิน 10 วิธีด้วยกัน จะมีอะไรบ้างลองไปดูกันเลยครับ

    1.ปิดการค้นหาสัญญาณ 3G
        เพราะการเปิดการทำงานผ่านระบบ 3G ต้องใช้พลังงานแบตเตอรี่มากกว่าปกติ ทางที่ดีถ้าไม่ได้ใช้งาน หรือ ใช้งานที่ไม่ได้ต้องการความเร็วมากๆ ลองปิดระบบ 3G โดยเข้าไปที่ Setting > General > Network > Enable 3G = OFF

    2.ปิดการเชื่อมต่อ Wi-Fi
        แม้จะไม่ได้ใช้สัญญาณ Wi-Fi อยู่ แต่ถ้าหากเปิดการเชื่อมต่อ Wi-Fi ไว้ โดยปกติแล้ว iPhone จะมีการค้นหาสัญญาณ Wi-Fi อยู่เป็นระยะ ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ เข้าไปปิดได้ที่  Setting > Wi-Fi = OFF

    3.ปิด Personal Hotspot
        ในหัวข้อนี้คุณผู้อ่านบางท่านอาจจะเจอบ้างไม่เจอบ้าง เนื่องจาก Personal Hotspot จะมีเพิ่มเข้ามาใน Firmware 4.3 ขึ้นไป ดังนั้นหากท่านใดที่เปิดไว้ แล้วไม่ได้ใช้งาน ควรปิดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ที่เคยต่อกับ iPhone ไว้แล้วมีการต่อสัญญาณไปยังอินเตอร์เน็ตโดยไม่รู้ตัว โดยเข้าไปที่ Setting > Personal Hotspot = OFF

    4.เลือกเปิดเฉพาะ Noticfication ที่จำเป็น
        การที่เครื่อง iPhone ต้องเช็คกับ Server ของทาง Apple เพื่อขึ้นข้อความ Noticfication ตลอดเวลา ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่หมดใหม่ ควรเลือกเปิดเฉพาะ Noticfication ที่จำเป็น หรือหากไม่ต้องการใช้จะปิดไปเลยก็ได้ โดยเข้าไปที่ Setting > Noticfications = OFF (หรือเลือกเปิด-ปิดเฉพาะ Application ที่ต้องการ)

    5.ปิดการใช้ Location Service
        Location Service คือการอ้างอิงตำแหน่งของเครื่อง ตามตำแหน่งดาวเทียม GPS หรือ Cell site ในกรณีที่เปิด Application ที่ต้องการร้องขอตำแหน่งของตัวเครื่อง แน่นอนว่าก็เป็นการเปลืองพลังงานแบตเตอรี่อีกเช่นกัน ในกรณีที่คุณไม่ต้องการใช้งานให้เข้าไปปิดได้ที่ Setting > Location Services = OFF (หรือเลือกเปิด-ปิดเฉพาะ Application ที่ต้องการ)

    6.ปรับระดับความสว่างของจอให้พอเหมาะ
        ปกติแล้วหน้าจอของ iPhone จะมีเซ็นเซอร์ที่คอยวัดแสงของสภาพแวดล้อม และปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสม แต่ในกรณีที่แบตใกล้หมดจริงๆ การปิดโหมดการวัดแสง ก็ช่วยรักษาระดับพลังงานแบตเตอรี่ได้เช่นกัน โดยเข้าไปปรับได้ที่ Setting > Brightness > Auto-Brightness = OFF (แต่ควรปรับระดับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสมด้วยตนเอง ซึ่งถ้าเป็นสว่างกว่าความจำเป็น ก็เป็นการเปลืองแบตเตอรี่อีกเช่นกัน)

    7.ปรับรอบการเช็ค Push เมล์
        ถ้าคุณผู้อ่านเปิดระบบ Fetch ไว้ (การแจ้งเตือน Email ใหม่ที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน) ซึ่งจะมีรอบของการเช็คให้เลือก 15 นาที, 30 นาที และ Hourly ด้วยกัน ถ้าไม่ได้รอรับอีเมล์สำคัญจริงๆ ก็ควรเปลี่ยนระบบนี้ไปที่ Manually คือจะเช็คก็ต่อเมื่อมีการเปิด Application ของ Email เท่านั้น โดยเข้าไปที่ Setting > Mail, Contacts, Calendars > Fetch New Data > Fetch = Manually

    8.ปิด Applicaiton ที่ค้างใน Multitask
        แม้ว่าจะไม่ได้เปิด Application นั้นไว้แล้วก็ตาม แต่ถ้า App ใดที่สนับสนุนการทำงานแบบ Background ก็ย่อมทำให้เครื่องต้องรับภาระประมวลผลเพิ่มเช่นกัน จึงยิ่งทำให้ต้องศูนย์เสียพลังงานโดยปล่าวประโยชน์ ดังนั้นก็ควรปิด App ที่ไม่จำเป็นซะ โดยกดที่ปุ่มโฮมไวๆ 2 ครั้ง จากนั้นกดที่ไอค่อนข้างไว้ 2-3 วินาที และกดปุ่มเครื่องหมายลบ

    9.ปิด Bluetooth
        Bluetooth ของ iPhone นั้น เป็นแบบ Discoverable (สามารถมองเห็นจากเครื่องอื่นได้ตลอดเวลา) ดังนั้นย่อมใช้พลังงานในการส่งสัญญาณออกไปตลอดเวลา จึงควรปิดเมื่อไม่ต้องการใช้ โดยเข้าไปที่ Setting > General > Bluetooth = OFF

    10.ไม้ตายสุดท้าย ปิดสัญญาณ Cellular Data
        ถ้าหากฉุกเฉิน ถึงขั้นที่แบตใกล้หมดเต็มที แต่ยังจำเป็นต้องใช้ iPhone โทร-เข้า
    ออกอยู่ ก็ต้องเสียสละในส่วนของสัญญาณ Internet ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ (Cellular Data) เพราะถึงแม้จะใช้งาน Internet ไม่ได้ แต่ก็ยังต่ออายุให้ iPhone สามารถโทร-เข้าออกได้ไปอีกระยะหนึ่ง โดยเข้าไปที่ Setting > General > Network > Cellular Data = OFF






    ที่มา : http://variety.teenee.com/foodforbrain/38691.html

    วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

    ทำความรู้จัก "ทิม คุ๊ก" จากโนเนมสู่เบอร์หนึ่ง ซีอีโอแอปเปิลคนใหม่ผู้ก้าวพ้นเงา "สตีฟ จ็อบส์"


    ถือเป็นข่าวช็อควงการครั้งใหญ่ในวงการไอทีของโลก ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่เหนือความคาดหมายของใครหลายคน เมื่อสตีฟ จ็อบส์ ซึ่งตอนนี้ดำรงตำแหน่งประธานแอปเปิล ประกาศผ่านจดหมายลาออกว่าเขาขอยุติบทบาทซีอีโอ อันเนื่องมาจากปัญหาด้านสุขภาพ

    จ็อบส์กล่าวในจดหมายแจ้งการลาออกว่า "ผมมักจะเคยกล่าวไว้เสมอว่า หากว่ามีวันที่ผมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่และสนองตอบความความคาดหวังในฐานะของซีอีโอของแอปเปิลได้อีก ผมจะเป็นคนแรกที่แจ้งให้ทุกคนได้ทราบ แต่โชคร้ายที่วันนั้นมาถึงแล้ว"
    เป็นธรรมดาที่สาวกของเขาจะรู้สึกวิตกกังวลเป็นธรรมดา เนื่องจากจ็อบส์มีส่วนอย่างมากในการผลักดันให้แอปเปิลก้าวขึ้นสู่บริษัทชั้นนำของโลก และชื่อสตีฟ จ็อบส์ กลายเป็นแบรนด์ที่รับประกันว่าลูกค้าจะไม่มีวันผิดหวังต่อสินค้าใหม่ๆที่ออกมาภายใต้ชื้อแอปเปิล

     สตีฟ จ็อบส์ในวัยหนุ่ม

    ในปี 1976 สตีฟ จ็อบส์ในวัย 21 ปี กับสตีฟ วอซเนียก วัย 26 ปี ได้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล คอมพิวเตอร์ขึ้น ในโรงรถที่บ้านของครอบครัวจอบส์ เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่จอบส์กับวอซเนียกได้นำเสนอออกสู่สายตาได้แก่เครื่อง Apple I ในปี 1985 ภายหลังจากประสบปัญหาขัดแย้งเรื่องอำนาจภายในบริษัท จ็อบส์ถูกคณะกรรมการบริหารของแอปเปิลถอดออกจากภารกิจต่างๆที่เขาเป็นผู้รับผิดชอบ และได้ลาออกในที่สุด หลังจากออกจากแอปเปิล จอบส์ได้ก่อตั้งบริษัทคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใหม่ ชื่อว่า "เน็กซ์" (NeXT)

    ในปี 1996 แอปเปิลได้ซื้อกิจการบริษัทเน็กซ์ คอมพิวเตอร์ด้วยราคา 402ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำจอบส์กลับมาสู่บริษัทที่เขาก่อตั้งเอาไว้ ในปีค.ศ. 1997 เขาได้กลายเป็นผู้บริหารระดับสูง"ชั่วคราว"ของแอปเปิล ในช่วงที่กลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำของแอปเปิล จ็อบส์เรียกชื่อตำแหน่งของเขาว่า "ไอซีอีโอ" (iCEO)

    บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างมากด้วยการเปิดตัว ไอแมค (iMac) ตามมาด้วยการเปิดตัวไอพ็อด เครื่องเล่นดนตรีขนาดพกพา ไอโฟน และไอแพดในเวลาต่อมา จ็อบส์ทำงานที่บริษัทแอปเปิลเป็นเวลาหลายปีติดกันด้วยค่าจ้างรายปีเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐ และนั่นทำให้เขาได้ถูกบันทึกไว้ในสถิติโลกในกินเนสส์บุ๊คว่า เป็นผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับค่าจ้างต่ำที่สุดในโลก


    "ทิม คุ๊ก" คือบุคคลที่จ็อบส์ไว้วางใจให้เป็นผู้กุมบังเหียน

    เขาเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ซึ่งถือเป็นฝ่ายที่ถือเป็นมันสมองและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแอปเปิลให้อยู่ในจุดสูงสุด ณ ปัจจุบัน

    เชื่อว่าหลายคนอาจสงสัยว่า แล้วทิม คุ๊ก คือใคร มาจากไหน หรือมีดีอย่างไร ถึงได้ดำรงตำแหน่งซีอีโอใหม่แอปเปิล ซึ่งเราจะนำทุกท่านไปรู้จัก Tim Cook กัน

    ทิม คุ๊ก มีชื่อเต็มว่า ทิโมธี ดี. คุ๊ก (Timothy D. Cook) เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 1960 ปัจจุบันอายุ 50 ปี เขาเติบโตที่เมืองโรเบิร์ตสเดล รัฐอลาบามา สหรัฐอเมริกา บิดาของเขาเป็นคนงานในอู่ต่อเรือ ขณะที่มารดาของเขาเป็นแม่บ้าน

    คุ๊กจบการศึกษาปริญญาตรีสาขาวิศวอุตสาหกรรม จากมหาวิทยาลัยออเบิร์น ในปี 1982 และจบการศึกษาระดับปริญญาโท ในสาขาบริหารธุรกิจ จากฟูควา สคูล ออฟ บิสซิเนส มหาวิทยาลัยดุ๊ก ในปี 1988

    ก่อนหน้าที่เขาจะมาร่วมงานกับแอปเปิล เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการในแผนกตัวแทนจำหน่าย  ของบ.อินเทลลิเจนท์ อิเล็กทรอนิกส์ ก่อนที่จะดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานฝ่าย Corporate Material ให้กับคอมแพค และรับผิดชอบในการจัดหาและจัดการด้านสินค้าคงคลังทั้งหมดของคอมแพค

    ต่อมาจึงเข้าทำงานที่บริษัท ไอบีเอ็ม เป็นเวลานานถึง 12 ปี  ในแผนกธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายการปฏิบัติภารกิจภาคพื้นอเมริกาเหนือ

    ก่อนที่จะถูกสตีฟ จ็อบส์ชวนมาทำงานที่แอปเปิล เมื่อเดือนมีนาคม 1998





    โดยตำแหน่งแรกเมื่อเข้ามาทำงานที่แอปเปิลคือ รองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการ จนกระทั่งปี 2000 จึงดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสด้านปฏิบัติการทั่วโลก, การขาย,บริการ และการสนับสนุน ระหว่างปี 2002-2005 เขารับตำแหน่งรองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการทั่วโลก, การขาย,บริการ และการสนับสนุน

    และต่อมาในเดือนม.ค. 2007 ก็ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ(COO) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเคยดำรงตำแหน่งซีอีโอชั่วคราวแทน สตีฟ จ็อบส์ มาแล้วเป็นเวลา 2 เดือน ในปี 2004 ในระหว่างที่จ็อบส์เข้ารักษาตัวหลังการผ่าตัดมะเร็งตับอ่อน  นอกจากนั้น คุ๊กยังถือเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริษัทของไนกี้อีกด้วย

    ต่อมาในปี 2009 เขาดำรงตำแหน่งซีอีโอชั่วคราวแทน สตีฟ จ็อบส์อีกครั้ง เป็นเวลาหลายเดือน ระหว่างที่จ็อบส์ยื่นใบลาพักงานชั่วคราวเพื่อรับการปลูกถ่ายตับ

    ในเดือนมกราคม 2011 คณะกรรมการบริษัทแอปเปิล อนุมัติให้จ็อบส์พักงานอีกครั้งเพื่อรักษาอาการป่วย ในระหว่างนั้น คุ๊กมีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านปฏิบัติการทั้งหมดของแอปเปิล ขณะที่จ็อบส์ ในฐานะซีอีโอ รับผิดชอบในการตัดสินใจสำคัญต่างๆของบริษัท

    ผลงานเด่นของคุ๊กที่ผ่านมาคือ การปฏิรูประบบการผลิตที่ไร้ประสิทธิภาพ ด้วยการจัดระบบการควบคุมสินค้าคงคลังใหม่ทั้งหมด เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่มีเกินกำลัง หลังจากปี 1997 แอปเปิลขาดทุนถึงหนึ่งพันล้านเหรียญ คุ๊กได้ทำการปิดโรงงานและคลังสินค้าหลายแห่ง ที่ดำเนินการแบบขาดทุน โดยเปลี่ยนไปจ้างโรงงานในเอเชียให้ผลิตและเก็บสินค้าเอง  ส่งผลให้แอปเปิลมีอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตสูง และมีกำไรขั้นต้นของสินค้าที่ดีขึ้นมาโดยตลอด



    ทิม คุ๊ก เคยกล่าวไว้ว่า "การตัดสินใจร่วมงานกับ Apple เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตของผม" ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีรับปริญญา ณ มหาวิทยาลัยออเบิร์น ในฐานะศิษย์เก่าผู้ทรงคุณวุฒิ

    ทั้งนี้ คุ๊กได้เล่าถึงการตัดสินใจร่วมงานกับแอปเปิลเมื่อ 13 ปีก่อนอีกว่า ด้วยเวลาเพียงไม่ถึง 5 นาทีในการสัมภาษณ์งานกับจ็อบส์ ผมยอมเสี่ยง เขาอยากร่วมงานกับแอปเปิล แม้ว่าการทำงานกับแอปเปิลจะไม่เคยอยู่ในแผนชีวิตที่เขาเขียนไว้สมัยที่ยังเรียนปริญญาโทอยู่ก็ตาม

    คุ๊กเชื่อในสัญชาตญาณของเขาว่า การร่วมงานกับแอปเปิลเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิต ที่จะได้ทำงานให้กับอัจฉริยะแห่งการสร้างสรรค์ อย่างสตีฟ จ็อบส์ และเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารที่สามารถฟื้นฟูบริษัทที่ดีที่สุดบริษัทหนึ่งของอเมริกา


    แม้ว่าคนส่วนใหญ่ จะมองเขาว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีวิสัยทัศน์ในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่นั่นกลับไม่ใช่ปัญหา เนื่องจากแอปเปิลเองมี โจนาธาน ไอว์ รองประธานอาวุโสฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นผู้รับผิดชอบในงานสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่แล้ว

    ส่วนเรื่องที่เขาเป็นผู้ที่มีความสุขกับการทำงานเบื้องหลังมากกว่าที่จะอยู่หน้าเวทีเหมือน จ็อบส์ ดังนั้น หน้าที่ของการแถลงข่าวหรือพบสื่อมวลชน สามารถให้ฟิล ชิลเลอร์ ซึ่งเป็นรองประธานฝ่ายการตลาดสามารถรับหน้าที่นั้นแทนได้


    เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:

    - ทิม คุ๊กยังไม่แต่งงาน และได้ชื่อว่าเป็นคนบ้างาน โดยทุกๆวัน เขาจะเริ่มส่งอีเมล์ฉบับแรกตอนตีสี่ครึ่ง และทุกคืนวันอาทิตย์เขาจะโทรศัพท์หาทีมงานเพื่อเตรียมงานในอาทิตย์ถัดไปเสมอ

    - คุ๊ก เป็นคนชอบออกกำลังกาย  อาทิ การปีนหน้าผา, ปั่นจักรยาน และเข้ายิมเพื่อออกกำลังกายเป็นประจำ เขาชื่นชอบแลนซ์ อาร์มสตรอง นักปั่นจักรยานชาวอเมริกันเป็นพิเศษ

    -แม้ว่าเขาจะมีรายได้ต่อปีมากถึง 700,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 21 ล้านบาท) เขาได้รับผลตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนในการเป็นซีโอโอคือ เงินโบนัส 5 ล้านดอลลาร์ และสิทธิในการซื้อหุ้นอีก 52.3 ล้านดอลลาร์   แต่เขาก็ยังเช่าบ้านอยู่ในย่านพาโล อัลโต้ รัฐแคลิฟอร์เนีย

     
    เสียงลือเสียงเล่าอ้างเกี่ยวกับทิม คุ๊ก:

    "ทิมคือผู้ขับเคลื่อนแอปเปิล และเขาก็ขับเคลื่อนแอปเปิลมานานแล้ว สตีฟคือหน้าตาของแอปเปิล และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ทิมคือบุคคลผู้รับผิดชอบด้านการออกแบบและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเงินจำนวนมหาศาล"
    -ไมเคิล เจนส์ ผู้จัดการทั่วไปคนแรกของแอปเปิล ออนไลน์ สโตร์ จากนิตยสารไวร์ 41 ม.ค. 2009

    "แม้ว่าเขาจะได้ชื่อว่าเป็นคนที่ร่าเริงสนุกสนาน และมุขตลกของเขาอาจจะดูฝืดไปหน่อย แต่ใบหน้าของเขากลับดูเหมือนคนที่บึ้งตึงตลอดเวลา  ในระหว่างที่มีการประชุม หลายคนทราบดีว่าเขาจะหยุดช่วงเวลาอันตึงเครียดได้ตอนไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเวลาที่เขากำลังฉีกซองขนมที่เขามักจะพกไว้กับตัวเสมอ"
    -นิตยสารฟอร์จูน ฉบับ 10 พฤศจิกายน 2008

    "เขาเฉลียวฉลาดอย่างร้ายกาจ และไม่มีอีโก้ใหญ่โต"-จอห์น แลนด์ฟอร์ซ อดีตผู้บริหารเครือข่ายร้านจำหน่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเคยร่วมงานกับคุ๊กบ่อยครั้ง, หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ฉบับวันที่ 16 ต.ค. 2006

    "คุ๊กมีความเป็นผู้นำ เขาเป็นนักเรียนที่ดีมาก เป็นที่ชื่นชมของเพื่อร่วมชั้นเรียน เป็นคนที่มักจะเตรียมพร้อมเสมอ แข็งแกร่งแต่ยุติธรรม เราเชื่อว่าเขาจะต้องสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากที่จะทำนายว่าเขาอาจจะได้เป็นผู้นำของบริษัทชั้นนำระดับโลกก็ตาม"
    -แบลร์ เชพเพิร์ต คณบดีฟูควา สคูล ออฟ บิสซิเนส มหาวิทยาลัยดุ๊ก, เว็บไซต์ The Street.com, 15 มกราคม 2009


    อนาคตภายหน้าของแอปเปิลภายใต้เงาของทิม คุ๊ก จะออกมาเป็นหัวหรือก้อยคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ไปพร้อมๆกับอาการป่วยของสตีฟ จ็อบส์ ตราบใดที่เขายังดำรงอยู่ในฐานะหนึ่งในตำนานของวงการคอมพิวเตอร์ของโลก




    แอปเปิ้ลเตรียมออก"ไอโฟน 4" ความจุแค่ 8 กิ๊ก ชูราคาถูก เจาะตลาดล่าง เพิ่มยอดขาย

    ภาพจาก zennewstoday.blogspot.com
    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ว่า บริษัทแอปเปิ้ล ได้เริ่มการผลิตโทรศัพท์ไอโฟน 4 ขนาดหน่วยความจำ 8 กิกะไบต์ แล้ว ที่ฐานผลิตในประเทศเกาหลีใต้ และมีกำหนดจะวางจำหน่ายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ ภายหลังจากที่แอปเปิลเคยวางจำหน่ายไอโฟน 4 เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมิ.ย. 2010 ซึ่งมีหน่วยความจำ 16 กิกะไบต์ และ 32 กิกะไบต์ โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่า ไอโฟน 4 ขนาด 8 กิกะไบต์ สามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นในตลาดเกิดใหม่ โดยแอปเปิ้ลอาจต้องการจะผลักดันตัวเองเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ ซึ่งผู้บริโภคต้องการจะเปลี่ยนการใช้โทรศัพท์มือถือจากระดับชั้นสูงเป็นระดับชั้นกลางและชั้นล่าง ทั้งนี้ สำหรับไอโฟน4 ขนาด 8 กิ๊กนึ้ จะมีราคาถูกกว่าไอโฟน4 รุ่นปกติ

    ขณะเดียวกัน คาดว่า แอปเปิ้ลจะวางจำหน่ายไอโฟน 5 ในเดือนหน้า โดยไอโฟนรุ่นนี้ซึ่งจะมีรูปลักษณ์คล้ายไอโฟน 4 แต่มีหน้าจอสัมผัสใหญ่กว่า เสาคลื่นสัญญาณดีกว่า และมีกล้องใหญ่กว่า ในระดับ 8 ล้านพิกเซล โดยบริษัทผุู้ผลิตโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นนี้ ถูกสั่งให้ผลิตโทรศัพท์ฯเป็นจำนวนมากกว่า 45 ล้านเครื่อง

    ทั้งนี้ แอปเปิ้ลสามารถขายไอโฟนได้ในช่วงไตรมาสที่สองเป็นจำนวน 20.3 ล้านเครื่อง และกำลังมุ่งขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียเพื่อเพิ่มรายได้การจำหน่ายไอโฟนของแอปเปิ้ล



    ที่มา : http://variety.teenee.com/foodforbrain/38536.html

    วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

    "วอลล์ สตรีท เจอร์นัล"แย้ม แอปเปิลเตรียมผลิต"ไอแพด 3" ตุลาคมนี้


     เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อว่าบริษัทแอปเปิลจะกำลังทำงานร่วมกับบริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์และโรงงานประกอบในเอเชียเพื่อทดลองผลิตไอแพด 3 ในเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่แอปเปิลยังคงอยู่ในฐานะจ้าวตลาดคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต
    แหล่งข่าวยังกล่าวด้วยว่า แอปเปิลได้สั่งซื้อส่วนประกอบต่างๆ อาทิ แผงควบคุมไฟฟ้าจอแสดงผล และชิพ สำหรับไอแพดรุ่นใหม่ที่คาดว่ามีกำหนดการเปิดตัวในช่วงต้นปี 2012 นี้
    โดยสินค้าไอแพดรุ่นใหม่นี้ คาดกันว่าจำประกอบด้วยจอแสดงผลที่มีความคมชัดสูงขนาด 2048x1536 พิกเซล เมื่อเทียบกับ 1024x768 ของไอแพด 2 นอกจากนั้น ซัพพลายเออร์ยังได้จัดส่งชิ้นส่วนตัวอย่างสำหรับการผลิตเครื่องตัวอย่างมายังแอปเปิลแล้วเช่นกัน โดยซัพพลายเออร์กล่าวว่า แอปเปิลได้สั่งออร์เดอร์หน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว 
    รายงานยังได้อ้างหนึ่งในบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์ป้อนให้แอปเปิลกล่าวว่า บริษัทได้รับใบสั่งซื้อชิ้นส่วนเพื่อผลิตไอแพด 3 จำนวนประมาณ 1.5 ล้านชุด ในไตรมาส 4 ก่อนการเปิดตัวในต้นปี 2012
    แอปเปิลสั่งซื้อชิ้นส่วนอุปกรณ์ผลิตเครื่องไอแพดมาจากหลายแห่งทั่วเอเชีย และประกอบไอแพดที่โรงงานในไต้หวัน รายงานผลประกอบการของแอปเปิลเมื่อสิ้นสุดวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่่านมา บริษัทสามารถทำยอดขายไอแพดเมื่อไตรมาสที่แล้วมีจำนวน 9.25 ล้านเครื่อง หรือมากเป็น 3 เท่าของยอดขายปี 2010 ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของแอปเปิลพุ่งขึ้นสู่ 7.31 พันล้านเหรียญสหรัฐ